INSIGHT • Founder Fit Decision System • Execution

ทำไมแนวคิดนี้ “ใช้ได้จริง”

TH

คนพลาด
เพราะ เชื่ออารมณ์

ธุรกิจพัง
เพราะ ไม่มีระบบตัดสินใจ

Founder Fit คืออะไร
👉 เมื่อคุณทำงานได้
ตั้งแต่ ภารโรง → CEO
เพราะคุณคิด ตัดสินใจ
และลงมือ
ด้วย ระบบเดียวกัน

อารมณ์ทำให้พลาด • ระบบทำให้รอด
EN

Why this works

People fail
because they trust emotions.

Businesses collapse
because they lack decision systems.

Founder Fit
means you can operate
from janitor to CEO
with the same thinking system.

Emotion fails • Systems survive.

เสริมสัญชาตญาณให้แน่นขึ้น
แบบไม่ต้องล่องลอย

ไม่ต้องเป็นสายทฤษฎีครับ แค่เอาของจริงที่คุณเจอมา ระบบจะช่วยจัดให้เห็นชัดขึ้น เพื่อให้คุณตัดสินใจได้มั่นใจ โดยที่คุณยังเป็นคนเลือกเอง

Wisdom Drawer System

ลิ้นชักแห่งปัญญา

สิ่งที่คุณรู้ มาจากการลอง พลาด และเจ็บจริง เครื่องมือนี้ไม่ได้สอนเพิ่ม แต่มันช่วยจัดของที่คุณมีอยู่แล้ว ให้หยิบใช้ได้ง่ายขึ้น

ลองมองย้อนดูของที่คุณสะสมไว้
Community Thinking System

ระบบคิดร่วม

ไม่ต้องรู้ศัพท์ ไม่ต้องจำสูตร แค่เอาสิ่งที่คุณ “รู้จริง” ใส่ลงไป ระบบจะช่วยเรียงให้เห็นภาพรวม โดยไม่ต้องเดา

คิดไปพร้อมกับคนอื่นได้ โดยไม่หลงทาง
Decision Command System

การตัดสินใจยังเป็นของคุณ

ระบบไม่สั่ง และไม่ตัดสินแทน แค่ช่วยให้เห็นว่า ถ้าไปต่อจะเกิดอะไร สุดท้าย คุณเป็นคนเลือกเอง

ไม่มีคำสั่ง มีแต่ความรับผิดชอบของตัวเอง

🧠 สมการชีวิตของฉัน

นี่ไม่ใช่แบบทดสอบ แค่ลองจัดของในลิ้นชักชีวิต แล้วดูว่ามันเล่าอะไรกับคุณ

สิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต

สิ่งที่บั่นทอน

ผลลัพธ์ที่ลิ้นชักเล่าให้ฟัง

0

ลองขยับดูทีละนิด ระบบจะเล่าเอง

💔 สมการลงทุนความรัก

นี่ไม่ใช่แบบทดสอบความรัก แค่ลองดูว่า “ความสัมพันธ์นี้” ให้หรือเอาพลังจากคุณ

สิ่งที่คุณ “ได้”

สิ่งที่คุณ “จ่าย”

ผลลัพธ์การลงทุน

0

ลองขยับดู ระบบจะเล่าเอง

Product Backlog
Product Backlog (โปรดักต์ แบ๊กล๊อค)

Product Backlog is a life map — not just a work list. ภาษาแบบบ้าน ๆ: “ลิสต์เรื่องสำคัญที่ยังไม่ได้ทำ” ช่วยให้รู้ว่าอะไรควรทำก่อน อะไรควรรอ และอะไรยังไม่ต้องรีบ

จัดงานให้เป็นกอง จะได้ไม่หลง

อันนี้ไม่ใช่สูตร ไม่ใช่คำสั่ง เป็นแค่กรอบคิดที่ช่วยให้คุณมองงานทั้งหมดออกว่า อะไรควรทำก่อน อะไรควรพักไว้ และอะไรควรคิดเพิ่ม

งานก้อนใหญ่

งานที่ยังทำทีเดียวไม่จบ

Epic / Feature
  • งานใหญ่ ขอบเขตกว้าง
  • ทำครั้งเดียวไม่เสร็จ ต้องค่อย ๆ แตกย่อย
  • ยังไม่ควรรีบลงมือ ถ้ายังไม่แยกให้ชัด
งานที่ทำเสร็จเป็นรอบ

งานเล็กที่จับต้องได้

User Story
  • ยังไม่พร้อม — ข้อมูลยังไม่ครบ ยังต้องถามเพิ่ม
  • พร้อมทำ — โจทย์ชัด ทำแล้วจบในรอบเดียว
งานแก้ของเดิม

สิ่งที่มันไม่ควรเป็นแบบนี้

Bug / Defect
  • ของที่ใช้งานแล้วมีปัญหา
  • ต้องแก้ให้กลับมาปกติ
  • เลือกทำตามความเดือดร้อนจริง
งานลองทาง

ยังไม่รู้ ต้องลองก่อน

Spike (Research / POC)
  • ลองเพื่อให้รู้ว่าควรไปทางไหน
  • ทำแบบจำกัดเวลา
  • เป้าหมายคือ “ได้คำตอบ” ไม่ใช่ทำให้สวย
สรุปแบบบ้าน ๆ: เราไม่ได้ทำทุกอย่างพร้อมกัน เรา แยกงานออกเป็นกอง แล้วค่อยเลือกทำกองที่เหมาะกับสถานการณ์ตอนนี้ ทั้งใช้กับธุรกิจ และใช้กับชีวิตได้เหมือนกัน
Product backlog flow diagram from epic to user story, tasks, bugs, and technical debt

Product Owner — To-Do List

A practical structure for understanding the Product Backlog. The backlog is not just tasks — it is a decision-making system.

1) Epic / Feature

Large scope work

  • Too big for one sprint
  • Often > 4 sprints to deliver
  • Must be refined and broken down
2) User Story

Value deliverable

  • Almost Ready: unclear / pending (< 80%)
  • Ready: clear and doable within one sprint
3) Bug / Defect

Quality issues

  • Mismatch between expected vs actual behavior
  • Priority based on impact and urgency
4) Spike

Research / POC

  • Time-boxed investigation
  • Reduce uncertainty before development
Key Principle: The backlog evolves continuously. Good refinement turns uncertainty into clarity — without guessing.

ธุรกิจของคุณอยู่ในยุคไหน

ไม่มีถูกหรือผิดครับ แค่อยากให้คุณ “เห็นภาพรวม” ว่าแรงที่ใส่ไปจะพาไปทางไหน แล้วค่อยเลือกทางที่เหมาะกับตัวเอง

Business reality check

ตอบตามความจริงที่เจอ

กรอกแบบประมาณ ๆ ได้เลยครับ เอาที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด

Business decision reality check

ใส่ของจริงที่คุณเจอ

ตัวเลขนี้ช่วยให้ระบบอ่าน “แรงกดดันจริง” ของคุณได้ชัดขึ้น

สรุปภาพรวม

FREE TOOL • Gen Analyzer (Community)

คุณกำลังขายให้ “Gen แบบไหน”

ปีเกิดช่วยตั้งต้น แต่ “พฤติกรรมจริง” เป็นตัวตัดสิน เหมาะกับพ่อค้าแม่ค้าหน้าร้าน/ชุมชน: พูดให้ถูกคน → ปิดง่ายขึ้น

1) ใส่ปีเกิด (เพื่อตั้งต้น)

ถ้าไม่อยากใส่ ปล่อยว่างได้ ระบบจะวัดจากพฤติกรรมล้วน

2) ตอบตามพฤติกรรม (ชาวบ้าน แต่ลึก)

เวลาจะซื้อ “เชื่อจากอะไร” มากสุด
สไตล์ตัดสินใจ
ช่องทางที่ชอบ (ในชีวิตจริง)
สิ่งที่ทำให้ “ยอมจ่าย”
ถ้าของหมด/ต้องรอ คุณจะทำยังไง
คุณชอบโปรฯ แบบไหน
คุณชอบ “ข้อความขาย” แบบไหน
ก่อนซื้อ คุณต้องการอะไรที่สุด
คุณยอมให้ร้าน “ตามงาน/ทักซ้ำ” ไหม
คุณให้ค่ากับ “ความสัมพันธ์” แค่ไหน

ผลลัพธ์ (Gen Mix + วิธีพูดหน้าร้าน)

Top Gen
อันดับ 2
สัดส่วนคร่าว ๆ
ภาษาแนะนำ (หน้าร้าน/ชุมชน)
Playbook 30 วินาที (พูดให้ปิดง่าย)
Social แบบไม่พึ่งแพลตฟอร์ม (ทำได้เลย)
Logistics แบบชุมชน (ส่งให้เหลือ)

Facebook Ads — Analyzer (ของเล่นที่ใช้ได้จริง)

กรอกตัวเลขจาก Ads Manager/ระบบขาย แล้วกด “วิเคราะห์ทันที” ระบบจะคำนวณ + ตีความตามช่วงเวลาแคมเปญ
สูตรหลัก: CPA = Spend ÷ Orders, กำไรต่อออเดอร์ ≈ AOV × Margin, Break-even CPA = กำไรต่อออเดอร์

ผลลัพธ์ + ใจความสำคัญ (Insight)

ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่แปลความหมายให้ตัดสินใจยิงแอดได้
CPA (฿/Order)
กำไรต่อออเดอร์ (≈ ฿)
กำไร/ขาดทุนรวม (≈ ฿)
Break-even CPA (฿)
ใส่ข้อมูลแล้วกดวิเคราะห์
ระบบจะแสดงบทวิเคราะห์ตาม “ช่วงเวลาแคมเปญ” และ “ความคุ้มทุนต่อออเดอร์”

TikTok BOM + COD Risk Calculator

คำนวณสต๊อค + ต้นทุนโลจิสติกส์ย้อนกลับ (ของจริงที่คนส่วนใหญ่มองข้าม)

ผลลัพธ์ + ใจความสำคัญ

ตัวเลขที่ทำให้คุณ “รอด” ไม่ใช่แค่ “ขายได้”
สต๊อคขั้นต่ำ
สต๊อคแนะนำ
ต้นทุน COD รวม
ต้นทุนแฝง/ออเดอร์จริง
รอการคำนวณ
กรอกข้อมูลแล้วกด “คำนวณความจริง”
เตือนสติคนทำ TikTok Shop:
ยอดขายที่เห็นบนหน้าจอ ไม่ใช่กำไร
ออเดอร์ที่ไม่รับของ คือเงินที่ไหลออกเงียบ ๆ
ถ้าคุณไม่คำนวณต้นทุนย้อนกลับวันนี้
พรุ่งนี้คุณอาจ Scale ความขาดทุนโดยไม่รู้ตัว

คำนวณกำไรรายวัน (คำนวณต้นทุนต่อหน่วยให้ก่อน)

โหมดนี้เหมาะกับคนขายทั่วไป: กรอก “ซื้อมาเท่าไหร่ ได้กี่ไม้/กี่ชุด” ระบบจะหารให้เป็นต้นทุนต่อหน่วย
แล้วค่อยไปคำนวณกำไร/วัน + จุดคุ้มทุน
1) วัตถุดิบหลัก (ให้กรอกแบบ “ซื้อมาเท่าไหร่ ได้กี่หน่วย”) ต้นทุน/หน่วย:
2) เครื่องปรุง + แพ็คเกจ (น้ำจิ้ม/ถุง/ไม้/กล่อง) ต้นทุน/หน่วย:
3) พลังงาน (แก๊ส/ถ่าน/น้ำมันทอด เฉลี่ย) ต้นทุน/หน่วย:
4) ของเสีย/สูญเสีย (%) เผื่อเพิ่มต้นทุน:


ผลลัพธ์: ต้นทุนต่อหน่วย + คุ้มทุน

ระบบจะคำนวณ “ต้นทุนต่อหน่วยรวม” ให้ก่อน แล้วค่อยสรุปกำไร/วัน
ต้นทุนต่อหน่วยรวม
กำไรต่อหน่วย
จุดคุ้มทุน (หน่วย/วัน)
กำไรสุทธิ/วัน
รายการต่อวัน
รายรับรวม (ยอดขาย)
ต้นทุนผันแปรรวม (ตามยอดขาย)
ต้นทุนคงที่รวม (เช่า+เสื่อม+ซ่อม+น้ำมัน)
ค่าแรง (รวมในสูตรคุ้มทุน)
กำไรสุทธิจริง/วัน
รอการคำนวณ
กรอก “ซื้อมาเท่าไหร่ ได้กี่หน่วย” ระบบจะหารเป็นต้นทุนต่อหน่วยให้เอง
Scroll to Top