DESIGN THINKING • MVP STAGE • EXECUTION & OWNERSHIP
เริ่มจาก “ทำได้จริง” ก่อนค่อยวิ่งหา Product–Market Fit
เราไม่ได้แข่งกันที่ “ไอเดีย” แต่แข่งกันที่ ตัวตน + การมองโลก + การลงมือจริง
ตั้งแต่ภารโรงถึง CEO — จุดนี้เท่ากัน: Own the outcome
Core Competency Advantage & Capability
สร้างตัวตนและวิธีทำงานที่ “เลียนแบบยาก” ไม่ใช่แค่เคยทำ แต่ทำได้ต่อเนื่อง จนเกิด Identity Moat
EN: Built, not copied. Execution Advantage.
Core Skills
Moat
Focus
Founder Fit
Trend Market Signals
แนวโน้มคือ “ทิศทางที่เกิดซ้ำ” ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งเดียว แยก Noise ออกจาก Signal แล้วเลือกทิศให้ถูก
EN: Directional change. Signals → Tailwinds → Timing.
Signals
Tailwinds
Timing
Disruption Competitive Pressure
ของมีขาย “ง่าย” แต่ขายให้ได้ “ยาก” — ธุรกิจใหญ่กันกระแทกได้ แต่ SME ต้องชนะที่ GTM และการกระจาย
EN: Supply is easy. Distribution is hard.
AI Shift
Substitution
Risk
Our Action Execution & Ownership
ไม่มีใครลงมือแทนคุณได้ — รับผิดชอบผลลัพธ์เอง (ภารโรงถึง CEO) เพราะ Execution is the strategy
EN: Own the outcome. Bias to Action. Speed compounds.
Bias to Action
Ownership
Speed
“ไอเดียคล้ายกันได้ แต่ ความเร็ว + ความรับผิดชอบ เลียนแบบยาก”
องค์รวมความคิด — กลยุทธ์ของคนที่อยู่รอดจริง
วางกลยุทธ์ที่คนอื่นคาดเดาไม่ได้
แต่ปฏิบัติได้จริง และพาไปถึง “ความสำเร็จ”
แต่ปฏิบัติได้จริง และพาไปถึง “ความสำเร็จ”
ยุคนี้ความรู้มีเยอะ…แต่กลยุทธ์ที่ “เดินได้จริง” มีน้อย
ระบบนี้ช่วยให้คุณ พูดความจริงให้จบ ว่าใครได้อะไร (กาย/ใจ) และต้องยอมเสียอะไร (ต้นทุน)
ไม่คุ้ม = ไม่ขยับ
ชนะเล็กแต่จริง = โตได้
ไม่หลอกตัวเอง = เห็นทางรอด
คุณคือ Gen อะไร — เลือกภาษาที่ “เข้าหู” คุณก่อน
คลิกครั้งเดียว ไม่ผูกมัด แค่เปิดโหมดคิด
Inducement แบบคนทำงาน: เราไม่ได้ขอให้เชื่อ…แค่ให้เลือก “เสียงในหัว” ของคุณก่อน แล้วค่อยไหลลงไปวิเคราะห์
EN: Inducement (trading) • Behavioral Design • Commitment Gradient
↓เลือกแล้ว… ไหลนิ้วลงไปได้เลย
BMC 9 ช่อง — ฉบับ “กาย / ใจ / ทั้งกายและใจ” (เพื่อหา Value Pop)
หลักมนุษย์จริง: ชีวิตมันต้องคุ้ม และ ไม่มีของฟรีในโลก
ระบบนี้บังคับให้คุณ “พูดความจริงให้จบ” ว่าเขาได้อะไร (กาย/ใจ) และต้องยอมเสียอะไร (ต้นทุน)
ระบบนี้บังคับให้คุณ “พูดความจริงให้จบ” ว่าเขาได้อะไร (กาย/ใจ) และต้องยอมเสียอะไร (ต้นทุน)
ถ้าอยากดูศัพท์/กรอบคิด เปิดดูได้ (ไม่จำเป็นต้องอ่าน)
Rational Choice • Subjective Utility • Opportunity Cost • Warm-Glow Giving • Jobs To Be Done • Shared Value • Build–Measure–Learn • Small Wins • Product–Market Fit
0/9 พร้อมสรุป
สรุป “Value Pop” (อ่านเร็วแบบคนทำงาน)
ยังไม่มีข้อมูลพอ — เริ่มจาก Customer Segments และ Value Proposition ก่อน แล้วเลือก “กาย/ใจ/ทั้งสอง” ให้ชัด
กาย = เงื่อนไขของการเริ่ม • ใจ = เงื่อนไขของการยอมแลก
บันทึกนี้ช่วยคนทำงาน แต่ไม่ยกภาษาให้สูงกว่าใคร
ข้อมูล (JSON) สำหรับต่อยอดเป็นโปรแกรม
{}
Business Survival Dashboard — โหมดตัวเลขล้วน (ไม่หลอกตัวเอง)
ยุคนี้ มีเงินอย่างเดียว ไม่พอ • ขยันอย่างเดียว ไม่รอด • ต้องมี “กลยุทธ์ที่ทำได้จริง”
เราเริ่มจากสิ่งที่จับต้องได้ก่อน: Burn • Runway • รายได้หลายทาง (เหมือนเครื่องพ่นน้ำ)
เราเริ่มจากสิ่งที่จับต้องได้ก่อน: Burn • Runway • รายได้หลายทาง (เหมือนเครื่องพ่นน้ำ)
พร้อมคำนวณ
โลกยุคนี้เหมือนขึ้นบันไดเลื่อนที่กำลังลงตลอดเวลา — หยุด = ลง • เดินช้า = อยู่ที่เดิม • อยากขึ้นต้องออกแรงมากกว่าปกติ
EN (ศักดิ์ศรีเท่ากัน): Burn Rate • Runway • Revenue Streams • Viability • Scenario
1ตั้งฐาน: Gen × Burn × Runway
เลขจริงก่อน
เลือก Gen เพื่อ “น้ำหนักความกดดัน” แล้วกรอกตัวเลขจริง ระบบจะไม่ตัดสิน แต่จะไม่โกหก
เงินสด + บัญชี − หนี้ระยะสั้น (ใส่ตามจริงครับ)
เช่น เงินลงทุนเพิ่ม/เงินกู้/เงินอัดฉีด (ถ้าไม่มี ใส่ 0)
ค่าเช่า, เงินเดือน, ค่างวด, ค่าเครื่องมือ
โฆษณา, ค่าขนส่ง, วัตถุดิบ, ค่าคอมฯ
Burn Rate ไม่ได้ถามว่าเก่งแค่ไหน — มันถามว่า “ถ้าไม่มีรายได้เพิ่ม คุณอยู่ได้กี่เดือน”
2Revenue Streams (เครื่องพ่นน้ำ)
Core / Non-core
รายได้ยุคนี้มักออกหลายทาง — เหมือนเครื่องพ่นน้ำ “หัวเดียวไม่พอ”
Core = เส้นเลือดหลัก • Non-core = ช่องทางเสริมที่ช่วยให้อยู่รอด
Core Revenue — รายได้หลัก
Non-core Revenue — รายได้เสริม
ตัวเลขรายได้เป็น “ต่อเดือน” ทั้งหมด เพื่อให้คำนวณ Runway/Profit ได้ตรงไปตรงมา
สรุปตัวเลข (อ่านเร็ว)
Total Burn
—
Fixed + Variable
Total Revenue
—
Core + Non-core
Net Burn
—
Burn − Revenue (ถ้าติดลบ = กำไร)
Runway จริง
—
Cash ÷ Net Burn
Runway ทางใจ
—
Runway ÷ Gen Pressure
เส้นตัดสินใจ
—
Runway ทางใจ × 0.6
กำลังคำนวณ
Result + Closing
กรอกตัวเลข แล้วระบบจะพูดความจริงแบบไม่ตัดสิน
{}
3MVP Viability (0–100) + ปรับตามความจริง
5 ตัว
คะแนน 0–100 ตามสภาพจริงตอนนี้ (ไม่ต้องสวย) แล้วระบบจะคำนวณ “ความเป็นไปได้” + ผูกกับ Runway ทางใจ
ปัญหาเจ็บจริงแค่ไหน
Problem Certainty
60
คนกลุ่มนี้ชัดแค่ไหน
Target Clarity
60
เขายอมจ่ายจริงไหม
Willingness to Pay
50
ทรัพยากรพร้อมแค่ไหน
Resource Readiness
50
เผาเงินระดับนี้ไหวไหม
Burn Compatibility
70
4Scenario Simulator (ลองเล่นแบบไม่หลอกตัวเอง)
ลด Burn / เพิ่ม Revenue / เพิ่ม Cash
นี่คือ “ท่าเล่น” แบบ Forex ในโลกธุรกิจ: ไม่เดา แต่ลองปรับตัวแปร แล้วดูผลลัพธ์ทันที
เช่น 10 = ลด Burn ลง 10% (รวม Fixed+Var)
เช่น 20 = เพิ่มรายได้รวม 20%
เช่น เงินลงทุนเพิ่ม/เงินกู้/เงินอัดฉีด
ปรับตัวเลขด้านบน แล้วผลลัพธ์จะสะท้อนทันที (เหมือนซ้อมก่อนลงเงินจริง)
ถ้าคุณกำลังนั่งเงียบ แปลว่าคุณคิดจริง ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ตรงนี้
Dashboard นี้ไม่ได้คาดหวังคำตอบตอนนี้ แค่อยากให้คุณเห็นความจริง แล้วเลือกด้วยสติ
Money-Only Dashboard — HARD MODE (โหดแบบวัดได้)
กติกา: วัดก่อน แล้วค่อยเก่ง
ถ้า Runway สั้น = โลกไม่ให้เวลาคิดเยอะ
เป้าหมาย: “ทำให้เงินเข้าเร็วพอ” ก่อนที่เงินสดจะหมด
พร้อมคำนวณ
1Preset กลยุทธ์ (กดครั้งเดียว)
เปลี่ยนสมการทั้งแผง
เลือก “ท่า” ก่อน แล้วระบบจะปรับสมมติฐานให้โหดขึ้น (แบบ Forex: ยอมรับว่าโดนตลาดบีบ)
โหมดล่อจะ “แก้สมมติฐาน” เช่น Conv↑/AOV↑ แต่มีค่าแลก (เช่น Margin↓ หรือ CAC↑) เพื่อให้มันจริง
“โหด” ไม่ได้แปลว่า “หยุดทำ” แต่แปลว่า “หยุดทำสิ่งที่ไม่ทำเงิน”
2Revenue Streams (Core/Non-core)
เครื่องพ่นน้ำ
Non-core Streams
สูตรหลัก: Orders = Revenue ÷ AOV • Leads = Orders ÷ Conv% • CAC Total = Orders × CAC/Order • Net Profit = GP − Fixed − Var − CAC Total
สรุปเงิน (อ่านเร็ว)
Total Revenue (เดือน)
—
รวม Core + Non-core
Gross Profit (เดือน)
—
รายได้ − COGS
Net Profit (เดือน)
—
GP − Fixed − Var − CAC รวม
Runway (เดือน)
—
Cash ÷ Net Burn (กำไร=∞)
Required Revenue (เดือน)
—
เพื่อให้ถึง Target Profit
Required Orders/Day
—
แปลงเป็น “ทำทุกวัน”
Hardness Score (โหดแค่ไหน)
0 = สบาย • 100 = โหมดเอาตัวรอด (ผิดนิดเดียวก็พัง)
—
—
กำลังคำนวณ
คำสั่งงาน
กรอกตัวเลข แล้วระบบจะ “สั่งงาน” ว่าพรุ่งนี้ต้องทำอะไร
—
—
{}
Facebook Ads — Analyzer (ของเล่นที่ใช้ได้จริง)
กรอกตัวเลขจาก Ads Manager/ระบบขาย แล้วกด “วิเคราะห์ทันที” ระบบจะคำนวณ + ตีความตามช่วงเวลาแคมเปญ
สูตรหลัก:
CPA = Spend ÷ Orders,
กำไรต่อออเดอร์ ≈ AOV × Margin,
Break-even CPA = กำไรต่อออเดอร์
ผลลัพธ์ + ใจความสำคัญ (Insight)
ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่แปลความหมายให้ตัดสินใจยิงแอดได้
CPA (฿/Order)
—
กำไรต่อออเดอร์ (≈ ฿)
—
กำไร/ขาดทุนรวม (≈ ฿)
—
Break-even CPA (฿)
—
ใส่ข้อมูลแล้วกดวิเคราะห์
ระบบจะแสดงบทวิเคราะห์ตาม “ช่วงเวลาแคมเปญ” และ “ความคุ้มทุนต่อออเดอร์”
TikTok BOM + COD Risk Calculator
คำนวณสต๊อค + ต้นทุนโลจิสติกส์ย้อนกลับ (ของจริงที่คนส่วนใหญ่มองข้าม)
ผลลัพธ์ + ใจความสำคัญ
ตัวเลขที่ทำให้คุณ “รอด” ไม่ใช่แค่ “ขายได้”
สต๊อคขั้นต่ำ
—
สต๊อคแนะนำ
—
ต้นทุน COD รวม
—
ต้นทุนแฝง/ออเดอร์จริง
—
รอการคำนวณ
กรอกข้อมูลแล้วกด “คำนวณความจริง”
เตือนสติคนทำ TikTok Shop:
ยอดขายที่เห็นบนหน้าจอ ไม่ใช่กำไร
ออเดอร์ที่ไม่รับของ คือเงินที่ไหลออกเงียบ ๆ
ถ้าคุณไม่คำนวณต้นทุนย้อนกลับวันนี้
พรุ่งนี้คุณอาจ Scale ความขาดทุนโดยไม่รู้ตัว
ยอดขายที่เห็นบนหน้าจอ ไม่ใช่กำไร
ออเดอร์ที่ไม่รับของ คือเงินที่ไหลออกเงียบ ๆ
ถ้าคุณไม่คำนวณต้นทุนย้อนกลับวันนี้
พรุ่งนี้คุณอาจ Scale ความขาดทุนโดยไม่รู้ตัว
Insurance Commission Reality
เพิ่ม “เงินที่รับจากลูกค้าจริง” เพื่อเห็นว่าเรา “ควักส่วนต่าง” เท่าไหร่ (บาท + % ของเบี้ยรวม)
Logic: ถ้ากรอก “เงินรับจริง” → ระบบใช้ส่วนต่าง (Gross − Paid) เป็นต้นทุนการขายของคุณทันที
ถ้าไม่กรอก → ระบบใช้ส่วนลด % (คิดจากเบี้ยรวม)
ถ้าไม่กรอก → ระบบใช้ส่วนลด % (คิดจากเบี้ยรวม)
ผลลัพธ์ & บริบท
Waterfall รายได้จริง + ส่วนต่างฐาน (Mismatch) แบบเห็นเป็นเงิน
คอมขั้นต้น (จากเบี้ยสุทธิ)
—
เงินเข้าหลังภาษี
—
ส่วนต่างที่คุณออกให้ (บาท)
—
ส่วนต่างที่คุณออกให้ (% ของเบี้ยรวม)
—
ต้นทุน “ฐานต่าง” ของส่วนลด
—
รายได้สุทธิจริง
—
Insight สำคัญ
ระบบนี้จะแสดงให้เห็นว่าเงิน “หายไปตรงไหน” โดยเฉพาะเวลาขายต่ำกว่าเบี้ยรวม
Cash vs Installment — Break-even
TH: เปรียบเทียบ “เงินสดมีส่วนลด” กับ “ผ่อน 6/12 เดือน ไม่มีส่วนลด” เพื่อหาจุดคุ้มทุน
EN: Find where cash discount becomes worse/better than installment cost (fees + time value).
EN: Find where cash discount becomes worse/better than installment cost (fees + time value).
ผ่อน 6 เดือน
ผ่อน 12 เดือน
Tip: เปลี่ยน 6/12 เดือนเพื่อดูจุดคุ้มทุนเปลี่ยนอย่างไร
ตารางเปรียบเทียบ
แสดง “เงินเหลือจริง” หลังคิดส่วนลด/ค่าธรรมเนียม/รับเงินช้า
| รายการ | เงินสด (มีส่วนลด) | ผ่อน 6 เดือน (ไม่มีส่วนลด) |
|---|---|---|
| คอมขั้นต้น (จากเบี้ยสุทธิ) | — | — |
| เงินเข้าหลังหัก ณ ที่จ่าย | — | — |
| ต้นทุนจาก “ส่วนลด/ควักต่าง” | — | 0 |
| ต้นทุนผ่อน: ค่าธรรมเนียม (MDR) | 0 | — |
| ต้นทุนผ่อน: รับเงินช้า (PV Loss) | 0 | — |
| รายได้สุทธิจริง (หลังทุกอย่าง) | — | — |
Break-even (จุดคุ้มทุน)
กรอกข้อมูลแล้วกดคำนวณ ระบบจะบอกว่า “ส่วนลดเงินสด” ได้ถึงกี่ % ก่อนจะแพ้ต้นทุนผ่อน
ปลุกใจ
TH: อย่าดูแค่ “ปิดการขายได้” ให้ดูว่าเงินเหลือจริงหลังระบบหักทุกชั้นคือเท่าไหร่
EN: Don’t optimize for closing. Optimize for what remains after every layer of cost.
EN: Don’t optimize for closing. Optimize for what remains after every layer of cost.
คำนวณกำไรรายวัน (คำนวณต้นทุนต่อหน่วยให้ก่อน)
โหมดนี้เหมาะกับคนขายทั่วไป: กรอก “ซื้อมาเท่าไหร่ ได้กี่ไม้/กี่ชุด” ระบบจะหารให้เป็นต้นทุนต่อหน่วย
แล้วค่อยไปคำนวณกำไร/วัน + จุดคุ้มทุน
แล้วค่อยไปคำนวณกำไร/วัน + จุดคุ้มทุน
1) วัตถุดิบหลัก (ให้กรอกแบบ “ซื้อมาเท่าไหร่ ได้กี่หน่วย”) ต้นทุน/หน่วย: —
2) เครื่องปรุง + แพ็คเกจ (น้ำจิ้ม/ถุง/ไม้/กล่อง) ต้นทุน/หน่วย: —
3) พลังงาน (แก๊ส/ถ่าน/น้ำมันทอด เฉลี่ย) ต้นทุน/หน่วย: —
4) ของเสีย/สูญเสีย (%) เผื่อเพิ่มต้นทุน: —
ผลลัพธ์: ต้นทุนต่อหน่วย + คุ้มทุน
ระบบจะคำนวณ “ต้นทุนต่อหน่วยรวม” ให้ก่อน แล้วค่อยสรุปกำไร/วัน
ต้นทุนต่อหน่วยรวม
—
กำไรต่อหน่วย
—
จุดคุ้มทุน (หน่วย/วัน)
—
กำไรสุทธิ/วัน
—
| รายการ | ต่อวัน |
|---|---|
| รายรับรวม (ยอดขาย) | — |
| ต้นทุนผันแปรรวม (ตามยอดขาย) | — |
| ต้นทุนคงที่รวม (เช่า+เสื่อม+ซ่อม+น้ำมัน) | — |
| ค่าแรง (รวมในสูตรคุ้มทุน) | — |
| กำไรสุทธิจริง/วัน | — |
รอการคำนวณ
กรอก “ซื้อมาเท่าไหร่ ได้กี่หน่วย” ระบบจะหารเป็นต้นทุนต่อหน่วยให้เอง